ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ครีมกันแดด สามารถป้องกันไม่ให้ผิวแดงได้ 300 นาที

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ครีมกันแดด สามารถป้องกันไม่ให้ผิวแดงได้ 300 นาที ในแป้งตลับผสมรองพื้นก็ต้องทาซ้ำเหมือนครีมกันแดดทั่วไปนั่นแหละช่วงเวลาที่คนมักประมาทคือแสงแดดในตอนเช้าและแสงแดดในช่วงพลบค่ำ แม้แสงแดดจะอ่อนแต่ก็ส่องเข้าหน้าพอดี คิดดูสิว่าแดดกระทบหน้าอย่างจังขนาดไหน ดังนั้น ตอนเย็นก็ควรจะทาครีมกันแดดด้วยเช่นกัน.

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ1
ค่า SPF คือ ค่าการป้องกันรังสี UV-Bค่า PA คือ ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ

ค่าการป้องกันรังสี UV-Aมีคำอธิบายผิดๆว่า SPF15 หมายถึง การใช้เวลานานกว่า 15 เท่าของเวลาที่จะทำให้ผิวแดงเมื่อเทียบกับตอนที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด เช่น อาบแดดในหน้าร้อนจะแดงในเวลา 20 นาที หมายคามว่า SPF15 สามารถป้องกันไม่ให้ผิวแดงได้ 300 นาที ซึ่งเป็นการอธิบายถึงเวลาที่ต่อเนื่อง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าหากถูกรังสี UV ในระยะเวลาที่น้อยกว่านี้ก็ไม่เป็นไร!! “ทางที่ดีควรคิดใหม่ว่าถึงแม้ปริมาณรังสี UV ที่ได้รับจะเป็นเพียงแค่ 1 ใน 15 ของการครีมกันแดด ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ

ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้อิทธิพลจากรังสี UV เป็นศูนย์
ข้อควรรู้ก่อนการเลือกซื้อ ครีมกันแดดที่ดีที่สุด สำหรับคุณ ครีมกันแดดที่ดีที่สุดไม่มีครีมกันแดดที่ทาแล้วจะป้องกันได้ตลอดทั้งวัน ไม่มีครีมกันแดดยี่ห้อใดในโลกนี้ที่ปกกันรังสี UV ได้ 100% และยังต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงด้วย
อยู่บ้านไม่ต้องทาครีมกันแดดก็ได้มั้ง? อย่าลืมว่าในบ้านก็ยังมีแสงจากคอมพิวเตอร์และหลอดไฟนีออน อย่าลืมครีมกันแดดในทุกเช้า แม้ขณะเล่นคอมพิวเตอร์อยู่บ้านก็ตาม ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ
อัตราการป้องกันของค่า SPF จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง SPF30 เท่านั้น เมื่อเลยจากจุดนี้อัตราการป้องกันจะขึ้นอย่างเฉื่อยมากๆ
กันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ จะมีส่วนผสมของน้ำมันมาก ซึ่งอาจทำให้เหนียวเหนอะหนะครีมกันแดดที่กันน้ำหรือเหงื่อได้ ไม่ได้หมายความว่ามันจะกันได้ตลอดเวลา แค่เหงื่อกันแดดก็จะเสื่อมลงเรื่อยๆ โดยส่วนมากแล้วจะทนน้ำได้ไม่เกิน 60 นาทีก็เสื่อมหมดแล้ว
ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีรังสี UV-A และ UV-B จะมีมากที่สุดระหว่างสิบโมงเช้าถึงบ่ายสาม แต่ปริมาณของรังสี UV-A ตลอดทั้งวันจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมาก ไม่ว่าจะตอนเช้าและตอนเย็น จึงต้องระมัดระวัง
ครีมกันแดดควรเริ่มใช้ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ซึ่งจะดีกว่าการที่มาเริ่มใช้ตอนโต เมื่อถึงตอนนั้นผิวก็อาจมีปัญหาแล้ว
ลักษณะผิวของคนเอเชียจะไม่เหมือนกับสีผิวคนในยุโรปดังนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดก็จะต่างกัน คนสีผิวขาวผิวหนังจะถูกทำลายโดยแสงแดดได้ง่ายกว่าคนผิวดำ ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ
ในแต่ละคนจะมีลักษณะของผิวที่ไม่เหมือนกันบางคนจะมีผิวมัน บางคนผิวแห้ง การเลือกใช้ครีมกันแดดจึงต้องต่างกันเพราะ ถ้าคนผิวมันแล้วเลือกครีมกันแดดที่มันก็จะทำให้ไม่อยากทาครีมกันแดด และอาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้
สภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น เป็นคนที่มีผิวแพ้ การเลือกใช้ครีมกันแดดก็ควรเลือกเป็นพิเศษการเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ผู้ที่ทำงานในอาคาร ไม่ต้องโดนแสงแดดมากนัก สามารถทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15ผู้ที่ออกนอกสถานที่หรือมีโอกาสโดนแสงแดดบ่อย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ระหว่าง 15 – 30ผู้ที่ไปเที่ยงกลางแจ้งหรือเที่ยวทะเล ควรหาทาครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 ขึ้นไป
วิธีการใช้ครีมกันแดดอย่างถูกวิธีจากผลการวิจัยพบว่า คนส่วนใหญ่จะทาครีมกันแดดเพียง 0.5-1.5 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งจะได้ผลแค่ 20-50% ของค่า SPF ที่แสดงไว้เท่านั้น ดังนั้น ควรทาซ้ำๆในปริมาณที่พอดี ซึ่งจะได้ผลเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 เท่า ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ.